วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ตี่ฮู้อ๋องเอี๋ย



ตี่ฮู้อ๋องเอี๋ย


.........ตี่ฮู้เชี่ยนโส่ย มีชื่อเดิมคือ ตี๊เมิ่งเปียว (池夢彪) เป็นชาวทิ่งลิ้ว (陳留) เป็นผู้มีความเฉลียวฉลาดและมีพรสวรรค์ มีบุคลิกเป็นคนซื่อตรงเปิดเผย รับหน้าที่เป็นครูผู้ฝึกทหารอย่างเข้มงวดดุดัน แต่ยามศึกสงครามเป็นขวัญกำลังใจและเป็นที่พึ่งดุจดังเทพของเหล่าทหารเนื่องจากได้ช่วยเหลือจักรพรรดิถังบุกเบิกประเทศ จึงให้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสภาบริหารกองทัพ และ ในปี พ.ศ.1186 ได้รับใช้ใกล้ชิดกับจักรพรรดิไท้จง โดยรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพในการเกณฑ์ทหารไปยังประเทศเกาหลี


.........ตี่ฮู้อ๋องเอี๋ยเป็นเทพผู้มีความศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมด้วยความเมตตา เนื่องจากประวัติเล่าขานกันมาว่าตี่ฮู้อ๋องเอี่ย ได้เจอเทพแห่งโรคระบาด ซึ่งองค์เง็กเซียนได้สั่งการให้ลงมายังโลกเพื่อทำให้เกิดโรคระบาดแก่พื้นที่ที่ถูกพิพากษา โดยเทพแห่งโรคระบาดได้แปลงกายมาเป็นชายหนุ่มรูปงาม เมื่อเข้าไปในเมืองเทพแห่งโรคระบาดได้เจอกับตี่เมิ่งเปียว และได้สนทนาจนพูดคุยกันถูกคอ จึงชักชวนกันดื่มเหล้า


.........หลังจากเทพแห่งโรคระบาดได้ดื่มเหล้าเข้าไปสักพักใหญ่ก็เกิดรูสึกมึนเมา จึงได้เปิดเผยว่าตนลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อทำให้เกิดโรคระบาดโดยกล่าวออกมาว่า “ ต้องใช้วิธีการอย่างไรดีนะที่จะทำให้พิษที่เตรียมมานี้ แพร่ระบาดและกระจายอย่างรุนแรง?” พูดพลางพร้อมกับหยิบยาพิษออกมาจากถุงเล็กๆ แล้วพูดว่า”พรุ่งนี้จะลงมือแพร่กระจายโรคระบาดแก่เหล่ามนุษย์ด้วยพิษในถุงนี้” ตี่ฮู้รู้สึกสงสารมนุษย์มาก กลัวว่ามนุษย์จะได้รับภัยพิบัติครั้งนี้ จึงกล่าวว่า “นั่นยาวิเศษหรือ ขอข้าดูหน่อยจะได้ไหมสหาย” เทพแห่งโรคระบาดจึงกล่าวว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะสหาย“ ว่าพลางพร้อมกับยื่นยาพิษให้ ตี่เมิ่งเปียวจึงนำยามาถือไว้ในมือ ด้วยใจที่นึกสงสารมนุษย์จึงตัดสินใจกลืนยาพิษลงไปในปาก ทันใดนั้นเองพิษได้แพร่ซ่านออกฤทธิ์ทันที กายทั่วร่างรับพิษจนกลายเป็นสีดำสนิท ดวงตาทั้งสองปูดโปนออกมา และสิ้นใจลง ผู้คนเมื่อทราบว่า ท่านผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวเมืองได้เสียชีวิตลง ก็โศกเศร้าเสียใจกันทั้งเมือง


.........ขณะนั้นเองวิญญาณของตี่ฮู้ได้เห็นองค์เง็กเซียน ซึ่งพระองค์เห็นความรู้สึกซึ่งสำนึกในความเมตตาสงสารและช่วยเหลือมนุษย์จากภัยครั้งนี้ จึงแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก (代天巡狩โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว) มีหน้าที่ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม ยี่อ๋องตี่ฮู้เชี่ยนโส่ย (二王池府千歲) นอกจากนี้ผู้คนต่างกราบไหว้และยังนับถือให้เป็นเทพแห่งยุทธศาสตร์ (god of the strategy)

หงอฮู้อ่องเอี๋ย



หงอฮู้อ่องเอี๋ย



..........หงอฮู้เชี่ยนโส่ย มีนามเดิมว่า หงอเสี้ยวควาน (吳孝寬) เป็นชาวกังโซวหงอเชียน (江蘇吳縣) ได้ศึกษาศาสตร์ ฮวงจุ้ยอย่างแตกฉาน สามารถสังเกตดวงดาวเมื่อออกรบได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากช่วยจักรพรรดิถังบุกเบิกประเทศและ สามารถสอบแข่งขันข้อสอบหลวงระดับสูงได้เป็นผู้สำเร็จราชการ จึงได้รับราชการโดยมีหน้าที่เป็นผู้ว่าการรัฐ และเป็นที่ปรึกษาระดับสูงขององค์จักรพรรดิถังในการสอนประชาชนทำเขื่อนกั้นน้ำ สร้างทำนบเพื่อแก้ปัญหายามเกิดภัยแล้ง เป็นผู้นำทางและให้คำแนะนำเรื่องพื้นที่จัดสรรน้ำแก่ชาวบ้าน โดยไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก


..........เมื่อสิ้นอายุขัย ได้กลายเป็นเทพ และ เนื่องจากความดีของท่านได้ทราบถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้า แต่งตั้งให้มีหน้าที่เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก หรือ โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว (代天巡狩) คอยคุ้มครองการเดินทางโดยเรือของฮ่องเต้ ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม ซาอ๋องหงอฮู้เชี่ยนโส่ย (三王吳府千歲) นอกจากนี้ผู้คนต่างกราบไหว้และยังนับถือให้เป็นเทพแห่งความกล้าหาญ (god of the gallant)


..........ในบรรดาห้าพี่น้องมีแต่หงอฮู้อ่องเอี๋ยเท่านั้นที่ไม่มีเครา (五兄弟中只有吳府三王爺沒有留鬍鬚)

กวนอู



เทพเจ้ากวนอู


..........กวนอู 關羽 นายพลนักรบของพระเจ้าเล่าปี่หรือหลิวเป่ยที่เป็นที่รู้จักกันดีในพงศาวดารเรื่อง สามก๊ก กวนอูได้รับยกย่องให้เป็น พระสังฆารามโพธิสัตว์หรือ เฉ๋ะหลานผูซ่า伽藍菩薩หรือ กวนเซิ้งตี้จวิน 關聖帝君หรือกวนตี้ หรือ เหม่ยหลานกงและพระนามอีกหลายพระนาม เป็นเทพเจ้าองครักษ์สวรรค์องค์หนึ่งเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเป็นองครักษ์ของพระกวนอิมโพธิสัตว์ด้วย ดังนั้นด้านหน้ารูปพระกวนอิมบางแห่ง จะเห็นขุนพลนายทหารองครักษ์สององค์ซ้ายขวา คือ เหวยถัวผูซ่าและเฉ๋ะหลานผูซ่า มีอาวุธประจำกายคือง้าว

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

จูฮู้เชี่ยนโส่ย



จูฮู้เชี่ยนโส่ย



..........จูฮู้เชี่ยนโส่ย ชื่อเดิม จูซูหรง(朱叔裕) เป็นชาวเกียเฮ็ง (嘉興) เป็นผู้สุขุมคงแก่เรียน ได้เป็นผู้วางแผนและออกกฎหมายในพระราชสำนัก โดยเฉพาะมีใจความยุติธรรม สามารถตัดสินโดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างถูกและผิด ยึดถือกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะช่วงที่จักรพรรดิถังกำลังบุกเบิกประเทศ ครั้งหนึ่งได้รับคำสั่งให้ป้องกันเมือง โดยต่อสู้กับศัตรูที่มาตีเมืองในช่วงปีพ.ศ.1166 ได้เป็นผู้สั่งการกองทัพไปยังเมืองก้วงโจว (廣州) และเป็นผู้สั่งให้ทำกำแพงเพื่อป้องกันเมือง โดยเฉพาะวัดต้าลี่เพื่อปกป้องข้าศึก ซึ่งแสดงถึงความเคารพเลื่อมใสในศาสนา

..........เมื่อสิ้นอายุขัย ได้กลายเป็นเทพ และ เนื่องจากความดีของท่านได้ทราบถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้า ให้มีหน้าที่เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก หรือ โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว (代天巡狩) คอยคุ้มครองการเดินทางโดยเรือของฮ่องเต้ ควบคุมและกำจัดโรคระบาด

หลี่ฮู้เชี่ยนโส่ย



หลี่ฮู้เชี่ยนโส่ย



..........ชื่อเดิมคือ หลี่ ต้าเหลียง (李大亮) เป็นชาวเก็งเอี๊ยง (涇陽) เก่งทั้งบู๊และบุ๋น เป็นผู้นำซึงใหญ่ที่สุดในห้าพี่น้อง เพราะได้ช่วยเหลือในการบุกเบิกประเทศ จักรพรรดิถังทรงปูนบำเหน็จรางวัลโดยให้ไปกินเมืองกิมโจว (金州) จากนั้นในอีกไม่กี่ปีต่อมา ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการคุมทัพที่เมืองเลี้ยงโจว (涼州) ซึ่งคอยรักษาเมืองและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของราชทูต



...........ในสมัยราชวงศ์ถัง ช่วงประมาณ พ.ศ. 1177 หลี่ต้าเหลียงได้คุมทัพไปทำศึกกับนักรบชนเผ่าทาทา จนกระทั่งประมาณ พ.ศ.1184 จึงตีข้าศึกแตกพ่ายแพ้ราบคาบโดยใช้เวลาเกือบ 7 ปี


...........หลี่ต้าเหลียงสมัยอยู่ในพระราชสำนักนั้น ถึงแม้ท่านเป็นทหารผู้ยิ่งใหญ่และเข้มแข็ง แต่ก็คอยช่วยเหลือพวกพ้องดั่งกับ ที่ท่านคอยรับใช้ดูแลพ่อแม่ที่บ้าน ท่านเป็นที่พึ่งและเป็นที่รักยิ่งของคนทั่วไป จึงเป็นผู้ซึ่งเปรียบเสมือนทั้งนักบุญและนักปราชญ์ให้ผู้อื่นพึ่งพาอย่างสมบูรณ์แบบ



..........เมื่อสิ้นอายุขัย ได้กลายเป็นเทพ และ เนื่องจากความดีของท่านได้ทราบถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้า ให้มีหน้าที่เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก หรือ โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว (代天巡狩) คอยคุ้มครองการเดินทางโดยเรือของฮ่องเต้ ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม ไต่อ๋องหลี่ฮู้เชี่ยนโส่ย (大王李府千歲) นอกจากนี้ผู้คนต่างกราบไหว้และยังนับถือให้เป็นเทพแห่งความยุติธรรม และ มนุษยธรรม (god of the justice and humanity)

เหวยถัวผูซ่า หรือ สกัณฑะ



เหวยถัวผูซ่า หรือ สกัณฑะ


..........เหวยถัวผูซ่า 韋馱菩薩หรือ เหวยถัว หรือ สกัณฑะ หรือ เหวยต้า หรือ เหวยต้าเทียน 韋駄天หรือเหวยถัวจวินเทียนผูซ่า ซึ่งเป็นผู้ที่อุทิศตนทำงานหนักมาก จนได้รับยกย่องให้เป็นพระโพธิสัตว์ผู้ปกป้องอีกองค์หนึ่ง สกัณฑะ หรือเหวยถัวผูซ่า เป็นนายพล องค์หนึ่งใน ๒๔ องค์ผู้เฝ้าสวรรค์ และเป็นนายพลองครักษ์องค์หนึ่งของพระกวนอิม มีอาวุธคือวัชระ

..........กล่าวกันว่าเดิม เหวยถัวเป็นนายพลของท่านอ๋องพระบิดาขององค์หญิงเมี่ยวซ่าน เขาเป็นชายหนุ่มรูปหล่อและหลงรักองค์หญิงเมี่ยวซ่าน แต่คิดว่าคงไม่มีโอกาสแน่นอนชั่วชีวิตนี้ จึงได้แต่หลงรักพระนางข้างเดียว แต่เขาเห็นพระนางมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ทั้งหลาย เขาจึงเฝ้าติดตามและคอยช่วยเหลือพระนาง ภายหลังจากที่ทั้งสองได้หนีพระบิดาไปยังเกาะแห่งหนึ่งแล้วสร้างวัดให้พระนาง แต่พระบิดาตามพบแล้วให้กองทหารไปฆ่าเสียทั้งสองคน


..........อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า พระนางถูกย่ารับสั่งให้ประหารด้วยการให้กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย เพราะเชื่อว่าพระนางเป็นพวกภูตผีปีศาจ ท่านอ๋องรับสั่งให้นายพลหลัวผิงแกล้งนำนางทิ้งลงในทะเล แล้วนำพระนางพร้อมด้วยนางอินหม่ามารดาของเหวยถัวไปพักย้งตำบลแห่งหนึ่ง หลายปีผ่านไป ปีศาจปลาตนหนึ่งไม่ชอบเชื้อพระวงศ์นี้ จึงให้นายทหารปีศาจชื่อหัวอี้ไปฆ่านางเสีย เพื่อแก้แค้นด้วยนางนับถือพระเชอหางต้าซือ เทพทางพุทธศาสนาองค์หนึ่งที่เคยนำนางไปไว้ในสระบัว หัวอี้จึงยกทัพไปยังหมู่บ้านที่พระนางเมี่ยวซ่านและนายพลเหวยถัวอยู่ ต่างสู้รบกัน บุตรของหัวอี้ฆ่าเหวยถัว หลังจากที่พระนางเมี่ยวซ่านเป็นพระโพธิสัตว์แล้วจึงยกเหวยถัวเป็นพระโพธิสัตว์องครักษ์ และนับถือพระนางเป็นน้องสาว

..........สกัณฑะเป็นนายพลทหารหนุ่มหน้าตาดี สวมชุดเสื้อเกราะชุดนายพลถือวัชราวุธ บางครั้งจะเห็นเป็นรูปพระวัชรปาณีโพธิสัตว์ หรือเป็นเทพองค์หนึ่ง วันแซยิดคือวันที่ ๓ ค่ำเดือน ๖

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

หวมฮู้เชี่ยนโส่ย



หวมฮู้เชี่ยนโส่ย


..........หวมฮู้เชี่ยนโส่ย ชื่อเดิม (ฟั้นเฉิงเย่ 范承業) เป็นชาว กังโซวหงอเชียน เหมือนซาอ๋องหงอฮู้เชี่ยนโส่ย เป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด กล้าหาญมีหัวรุนแรงที่สุดในกลุ่มห้าพี่น้อง ครอบครัวมีฝีมือด้านการปรุงยา ซึ่งช่วยเหลือผู้คนให้รอดตายอยู่หลายครั้ง มีความชอบโดยได้กำจัดเปาดั๋งซึ่งเป็นโจรร้ายสมัยนั้น และได้รับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิถังให้คุ้มครองราชทูต ได้สอบผ่านข้อสอบหลวงระดับสูงโดยอันดับ 7 จึงรับราชการตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม



..........เมื่อสิ้นอายุขัย ได้กลายเป็นเทพ และ เนื่องจากความดีของท่านได้ทราบถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้า ให้มีหน้าที่เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก หรือ โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว(代天巡狩) คอยคุ้มครองการเดินทางโดยเรือของฮ่องเต้ ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม โหงวอ๋องหวมฮู้เชี่ยนโส่ย (五王范府千歲)