วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558

หลี่ฮู้บกเฉี้ย (李府木吒)



หลี่ฮู้บกเฉี้ย (李府木吒)



.........หลี่ฮู้บกเฉี้ย (李府木吒), หยี่ไท้จื้อ (二太子) (มู้จา หรือ บักจา) อาบวุธประจำกาย: หอกและดาบ (บางที่ก็จะถือลูกตุ้มคู่ หรือ บางที่ก็จะถือกระบี่และนิ้ว หรือบางที่ไม่ถืออะไรเลยก็มี ชูสองนิ้วชี้ฟ้า ชี้ดิน)


..........ท่านถือกำเนิดสมัยพระเจ้าซ้งโจว บิดาคือ หลี่จิ้ง (李靖) หรือ หลี่เทียนอ๋อง (李天王) มารดาคือ นางอิ๋นซื่อ มีพี่ชายคือ หลี่ฮู้กิมเฉี้ย(李府金吒) และน้องชายคือ หลี่โลเฉี้ย(李哪吒) ทั้งสามรับราชการอยู่กับบิดาที่เมืองฉาเกอ ท่านหลี่จิ้งส่งบกเฉี้ยไปศึกษาวิชาการที่สำนักอาจารย์เต้าหยินชื่อ เผาเหียนจินหยิน (普賢真人) ที่ภูเขาจิ่วหลงซาน ภายหลังได้ช่วยเมืองซีกี (ราชวงศ์โจว) ที่ปกครองโดยธรรม โค่นราชวงศ์ซางลง(ปราบนางต๋าจีซึ่งเป็นนางจิ้งจอกพันปี ที่มอมเมาฮ่องเต้) โดยภายหลังที่สงครามสงบลง ท่านปฎิเสธรับตำแหน่งทางการทหารและกลับไปบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นเซียน เช่นเดียวกับบิดาและพี่น้อง

ฮ้อเอี๋ยเจียงกุน


ฮ้อเอี๋ยเจียงกุน



..........หู่เย๋ หรือ ฮ้อเอี้ย หรือ เจ้าเสือ ท่านถือเป็นบริวารของเทพ ฝูเต๋อเจิ้งเสิน หรือฮกเต็กเจียซิ้ง
โดยฮ้อเอี้ยเป็นเทพ ประเภทเจ้าที่ประเภทหนึ่ง มีหน้าที่คอยดูแลศาลเจ้า (อ๊าม)


..........คนสมัยก่อนเชื่อกันว่า ท่านจะเอ็นดูเด็กเป็นพิเศษ ว่าถ้าเด็กคนไหน ขี้โรคเลี้ยงยาก
ก็จะพาไปศาลเจ้าแล้วไหว้ท่านยกเด็กคนนั้นให้เป็นลูกบุญธรรมของท่าน เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครอง
นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าท่านยังเป็นเทพที่สามารถอำนวยลาภผลได้ โดยกล่าวกันว่าพวกมีวิชา
จะเอากระดาษเงินกระดาษทองไปไหว้ท่าน เพื่อเปลี่ยนจากเงินคนตายให้กลายเป็นของคนเป็น
โดยรูปเคารพก็จะเป็นรูปเสือปกติ แต่วางรูปเคารพไว้ติดพื้น


..........ในเมืองไทยอาจจะไม่ค่อยพบเห็น แต่อาจจะมีในศาลเจ้าที่มีอายุเก่าแก่ซึ่งยังอาจจะพบเห็นได้
แต่ตามบ้านเรือนไม่พบเห็น ไม่ค่อยมีใครนำมาบูชาตามบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

แม่ทัพสวรรค์ทั้ง 5 หรือโหงวเอี๊ยซิ้งเปีย (五營神兵)



แม่ทัพสวรรค์ทั้ง 5 หรือโหงวเอี๊ยซิ้งเปีย (五營神兵)


1. ทิศตะวันออก ทัพซ้ายมีชื่อว่าทัพจิ่วอี้ มีนายพลคือ หลุยจินจู๊ (เทพลุ่ยกง) คุมทหาร 99000 นาย โดยใช้ธงเขียวธาตุไม้เป็นสัญลักษณ์
2. ทิศใต้ ทัพหน้ามีชื่อว่าทัพปาหมาน มีนายพลคือ อึ่งปวยฮ้อ 
คุมทหาร 88000 นาย โดยใช้ธงแดงธาตุไฟเป็นสัญลักษณ์
3. ทิศตะวันตก ทัพขวามีชื่อว่าทัพลิ่วหลง มีนายพลคือ เอียวเจี้ยน (เทพเอ้อหลาง) คุมทหาร 66000 นาย โดยใช้ธงขาวธาตุทองเป็นสัญลักษณ์
4. ทิศเหนือ ทัพหลังมีชื่อว่าทัพอู๋ตี้ มีนายพลคือ โทเฮงสุน
คุมทหาร 55000 นาย โดยใช้ธงดำธาตุน้ำเป็นสัญลักษณ์
5. ทัพตรงกลาง มีชื่อว่าทัพซันไท มีนายพลคือ หลีโล่เฉี้ย
(เทพนาจา) คุมทหาร 33000 นาย โดยใช้ธงเหลืองธาตุดินเป็นสัญลักษณ์

องค์กิ้วเที้ยนเฮี้ยนลื้อ九天玄女



"องค์กิ้วเที้ยนเฮี้ยนลื้อ九天玄女"



ในฐานะที่ระบุว่าทรงเป็นผู้ประทานกำเนิดแห่งราชวงศ์ซาง คือ มีหญิงสาวคนหนึ่งนาม เจียนตี๋ วันหนึ่งเธอไปเดินเล่นริมทะเล นกนางแอ่นสีดำตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นและไข่ให้เธอกิน ก่อนที่จะบินลับขอบฟ้าไป เมื่อเจียนตี๋ได้กินไข่นกนั้นเข้าไปเธอจึงตั้งครรภ์ และได้ให้กำเนิดองค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ซาง โดยกล่าวไว้ว่านกนางแอ่นสีดำคือองค์กิ้วเที้ยนเฮี้ยนลื้อ

หลี่ฮู้กิมเฉี้ย (李府金吒)



หลี่ฮู้กิมเฉี้ย (李府金吒) 




หลี่ฮู้กิมเฉี้ย (李府金吒) หรือ หลี่กิมเฉี้ย หรือ กิมจา

อาวุธประจำกาย ดาบคู่ หรือ ดาบและถือเจดีย์ของบิดา

..........ท่านถือกำเนิดสมัยพระเจ้าซ้งโจว บิดาคือ หลี่จิ้ง (李靖) หรือ หลี่เทียนอ๋อง (李天王) มารดาคือ นางอิ๋นซื่อ มีน้องชายสองคน คือ หลี่ฮู้บกเฉี้ย (李府木吒) (มู้จา) และ หลี่โลเฉี้ย (李哪吒) (นาจา)


..........ทั้งสามรับราชการอยู่กับบิดาที่เมืองเฉาเกอ ก่อนเปลี่ยนไปสนับสนุนราชวงศ์โจวเพราะฮ่องเต้เมืองเฉาเกอ มิได้ปกครองประเทศโดยธรรม ลุ่มหลงนางจิ้กจอก ต้าจี สร้างสระน้ำที่ทำจากสุรา มีต้นเนื้อ แขวนผลไม้และเนื้อสัตว์ คอยหาแต่ความสุข ไม่สนใจประชาชน ให้สร้างเสาทองแดง โดยจะเผาให้ร้อนก่อนเอามนุษย์มานาบมัดกับเสาด้วยความทุกข์ทรมาน และในที่สุดได้ช่วยเมืองซีกีปราบเมืองเฉาเกอสถาปณาพระเจ้าโจวอู่หวัง

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ตี่ฮู้อ๋องเอี๋ย



ตี่ฮู้อ๋องเอี๋ย


.........ตี่ฮู้เชี่ยนโส่ย มีชื่อเดิมคือ ตี๊เมิ่งเปียว (池夢彪) เป็นชาวทิ่งลิ้ว (陳留) เป็นผู้มีความเฉลียวฉลาดและมีพรสวรรค์ มีบุคลิกเป็นคนซื่อตรงเปิดเผย รับหน้าที่เป็นครูผู้ฝึกทหารอย่างเข้มงวดดุดัน แต่ยามศึกสงครามเป็นขวัญกำลังใจและเป็นที่พึ่งดุจดังเทพของเหล่าทหารเนื่องจากได้ช่วยเหลือจักรพรรดิถังบุกเบิกประเทศ จึงให้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสภาบริหารกองทัพ และ ในปี พ.ศ.1186 ได้รับใช้ใกล้ชิดกับจักรพรรดิไท้จง โดยรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพในการเกณฑ์ทหารไปยังประเทศเกาหลี


.........ตี่ฮู้อ๋องเอี๋ยเป็นเทพผู้มีความศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมด้วยความเมตตา เนื่องจากประวัติเล่าขานกันมาว่าตี่ฮู้อ๋องเอี่ย ได้เจอเทพแห่งโรคระบาด ซึ่งองค์เง็กเซียนได้สั่งการให้ลงมายังโลกเพื่อทำให้เกิดโรคระบาดแก่พื้นที่ที่ถูกพิพากษา โดยเทพแห่งโรคระบาดได้แปลงกายมาเป็นชายหนุ่มรูปงาม เมื่อเข้าไปในเมืองเทพแห่งโรคระบาดได้เจอกับตี่เมิ่งเปียว และได้สนทนาจนพูดคุยกันถูกคอ จึงชักชวนกันดื่มเหล้า


.........หลังจากเทพแห่งโรคระบาดได้ดื่มเหล้าเข้าไปสักพักใหญ่ก็เกิดรูสึกมึนเมา จึงได้เปิดเผยว่าตนลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อทำให้เกิดโรคระบาดโดยกล่าวออกมาว่า “ ต้องใช้วิธีการอย่างไรดีนะที่จะทำให้พิษที่เตรียมมานี้ แพร่ระบาดและกระจายอย่างรุนแรง?” พูดพลางพร้อมกับหยิบยาพิษออกมาจากถุงเล็กๆ แล้วพูดว่า”พรุ่งนี้จะลงมือแพร่กระจายโรคระบาดแก่เหล่ามนุษย์ด้วยพิษในถุงนี้” ตี่ฮู้รู้สึกสงสารมนุษย์มาก กลัวว่ามนุษย์จะได้รับภัยพิบัติครั้งนี้ จึงกล่าวว่า “นั่นยาวิเศษหรือ ขอข้าดูหน่อยจะได้ไหมสหาย” เทพแห่งโรคระบาดจึงกล่าวว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะสหาย“ ว่าพลางพร้อมกับยื่นยาพิษให้ ตี่เมิ่งเปียวจึงนำยามาถือไว้ในมือ ด้วยใจที่นึกสงสารมนุษย์จึงตัดสินใจกลืนยาพิษลงไปในปาก ทันใดนั้นเองพิษได้แพร่ซ่านออกฤทธิ์ทันที กายทั่วร่างรับพิษจนกลายเป็นสีดำสนิท ดวงตาทั้งสองปูดโปนออกมา และสิ้นใจลง ผู้คนเมื่อทราบว่า ท่านผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวเมืองได้เสียชีวิตลง ก็โศกเศร้าเสียใจกันทั้งเมือง


.........ขณะนั้นเองวิญญาณของตี่ฮู้ได้เห็นองค์เง็กเซียน ซึ่งพระองค์เห็นความรู้สึกซึ่งสำนึกในความเมตตาสงสารและช่วยเหลือมนุษย์จากภัยครั้งนี้ จึงแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก (代天巡狩โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว) มีหน้าที่ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม ยี่อ๋องตี่ฮู้เชี่ยนโส่ย (二王池府千歲) นอกจากนี้ผู้คนต่างกราบไหว้และยังนับถือให้เป็นเทพแห่งยุทธศาสตร์ (god of the strategy)

หงอฮู้อ่องเอี๋ย



หงอฮู้อ่องเอี๋ย



..........หงอฮู้เชี่ยนโส่ย มีนามเดิมว่า หงอเสี้ยวควาน (吳孝寬) เป็นชาวกังโซวหงอเชียน (江蘇吳縣) ได้ศึกษาศาสตร์ ฮวงจุ้ยอย่างแตกฉาน สามารถสังเกตดวงดาวเมื่อออกรบได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากช่วยจักรพรรดิถังบุกเบิกประเทศและ สามารถสอบแข่งขันข้อสอบหลวงระดับสูงได้เป็นผู้สำเร็จราชการ จึงได้รับราชการโดยมีหน้าที่เป็นผู้ว่าการรัฐ และเป็นที่ปรึกษาระดับสูงขององค์จักรพรรดิถังในการสอนประชาชนทำเขื่อนกั้นน้ำ สร้างทำนบเพื่อแก้ปัญหายามเกิดภัยแล้ง เป็นผู้นำทางและให้คำแนะนำเรื่องพื้นที่จัดสรรน้ำแก่ชาวบ้าน โดยไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก


..........เมื่อสิ้นอายุขัย ได้กลายเป็นเทพ และ เนื่องจากความดีของท่านได้ทราบถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้า แต่งตั้งให้มีหน้าที่เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก หรือ โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว (代天巡狩) คอยคุ้มครองการเดินทางโดยเรือของฮ่องเต้ ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม ซาอ๋องหงอฮู้เชี่ยนโส่ย (三王吳府千歲) นอกจากนี้ผู้คนต่างกราบไหว้และยังนับถือให้เป็นเทพแห่งความกล้าหาญ (god of the gallant)


..........ในบรรดาห้าพี่น้องมีแต่หงอฮู้อ่องเอี๋ยเท่านั้นที่ไม่มีเครา (五兄弟中只有吳府三王爺沒有留鬍鬚)